วัดดาวดึงษ์

วัดดาวดึงษ์

          วัดดาวดึงษ์ ตั้งอยู่ที่คลองดาวดึงษ์ หมู่ที่ ๖ ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

          วัดดาวดึงษ์ เป็นวัดโบราณเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ทั้งนี้เพราะอุโบสถหลังเก่ามีรูปทรง และก่อด้วยอิฐขนาดใหญ่เช่นเดียวกับวัดจุฬามณี และตั้งอยู่ในตำบลเดียวกัน พระประธานในอุโบสถแกะจากศิลาแดง ศิลปะสมัยอยุธยา วัดนี้เป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งในประวัติศาสตร์ของชาติไทย อาจารย์ ม.ร.ว.สุมนชาติ สวัสดิกุล หัวหน้าภาควิชาประวัติศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้บรรยายไว้ว่า “วัดดาวดึงษ์ เป็นวัดเก่าสร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา ประมาณ พ.ศ. ๒๑๐๐ ตั้งอยู่ติดถนนสายบางแพ - สมุทรสงคราม และติดคลองดาวดึงษ์ ร.๕  เสด็จประพาสที่วัดนี้ ๒ ครั้ง คือ ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๗ ประทับเสวยพระกระยาหารบนศาลาการเปรียญ ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๔๕๒ แล้วเสด็จต่อไปที่ตำบลท่าคา น้ำที่คลองสามแยกวัดนี้ ถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่ง ใช้ในพระราชพิธีมุรธาภิเษกของราชวงษ์จักรี ร.๒ ประสูติที่พระตำหนักวัดอัมพวันเจติยาราม เวลาเสด็จมาเยี่ยมพระประยูรญาติ ชอบเสด็จไปสรงน้ำ (เล่นน้ำ) หน้าวัดดาวดึงษ์ด้วย”
          ร.๕ เสด็จวัดดาวดึงษ์ สมัยที่หลวงพ่อทัดเป็นเจ้าอาวาส เสด็จครั้งหลังพระราชทานเงิน ๓ ตำลึง ถวายพระที่สวดชยันโตต้อนรับ และทรงตั้งกำนันตำบลท่าคาเป็นหมื่นปฏิคมท่าคา (จันทร์ เป็นต้นสกุลจันทรประภา) การเสด็จครั้งนี้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงลืมธารพระกรไว้ หลวงตาชุ่มวัดดาวดึงษ์ได้นำลงเรือไปถวายคืน ที่พระตำหนักภาโนทยานใกล้ วัดพวงมาลัย ทรงถวายเงินให้หลวงตาชุ่ม ๖ บาท ในปีที่เสด็จมาครั้งหลังนั้นเอง (พ.ศ. ๒๔๕๒) พระองค์เจ้าชายอุรุพงษ์รัชสมโภชสิ้นพระชนม์ ทางสำนักพระราชวังได้มีฎีกามาอาราธนาหลวงพ่อทัดวัดดาวดึงษ์ และหลวงปู่แจ้งวัดประดู่ไปงานพระราชทานเพลิงศพด้วย เสร็จพิธีแล้วทรงพระราชทานเรือสำปั้น ๓ กระทง ให้หลวงพ่อทัดลำหนึ่ง หลวงพ่อทัดใช้เรือลำนี้ออกบิณฑบาตอยู่เสมอ เวลานี้ชำรุดสูญหาย ไปเสียแล้ว
          แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ บริเวณ คลองสามแยก (คลองผีหลอก คลองอัมพวา และคลองดำเนินสะดวก โดยคลองทั้งสามสายต่างไหลเชื่อมต่อกับแม่น้ำราชบุรี แม่กลอง) หน้าอุโบสถวัดดาวดึงษ์แห่งนี้ ถูกนำไปใช้ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สืบต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งในเบญจสุทธคงคา ได้ใช้ในการพระราชพิธีสำคัญ ในสมัยรัชกาลที่ ๙ จำนวน ๒ ครั้ง ได้แก่ พิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ นำไปประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (รัชการที่ ๙) เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ พระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙) และ ในสมัยรัชกาลที่ ๑๐ จำนวน ๑ ครั้ง ได้แก่ พิธีทำน้ำอภิเษก พิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐
          วัดดาวดึงษ์ดำรงสภาพอยู่ได้ก็ด้วยความสามารถของเจ้าอาวาส และประชาชนให้ความร่วมมือ ประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๐ พระครูไวย ธมฺมสโร เป็นเจ้าอาวาส วัดมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก และมีรองเจ้าอาวาสที่เข็มแข็ง ชื่อพระง้อ อํสุมาลี ได้เป็นหัวหน้าริเริ่มเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมกันบริจาคทรัพย์ และสิ่งของตามกำลังศรัทธา สร้างอุโบสถหลังใหม่แทนหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม กุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ หอกลาง ทำการรื้อย้ายปรับสภาพใหม่ และอื่น ๆ อีกมากดังที่ประจักษ์มาจนทุกวันนี้
          สิ่งที่สำคัญของวัด ที่ควรชม และนมัสการ ได้แก่
          ๑. พระประธานประจำอุโบสถ แกะสลักด้วยศิลาแดง ปางมารวิชัยของเก่าคู่มากับวัด
          ๒. สิ่งของพระราชทานจากสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๕) อาทิ
               - ธรรมาสน์ ๑ ธรรมาสน์
               - หอสวดมนต์ ๑ หลัง
               - ตู้พระไตรปิฎก ๑ ตู้ พระราชทานพร้อมกับเครื่องสังเค็ด
          ๓. กุฏิสงฆ์ทรงไทยสวยงาม
          ๔. ธรรมาสน์เทศน์ของเจ้าจอมมารดาสำลี ถวายวัด
          ๕. หอพระได้มาสมัยเดียวกับธรรมาสน์ของเจ้าจอมมารดาสำลี อายุกว่า ๑๐๐ ปีแล้วเดิมเป็นตำหนักของกรมหมื่นอดิศรอุดมเดช (พระองค์เจ้าสุขสวัสดิ์) ปลูกอยู่ที่ท่าเตียน ทรงถวายวัดดาวดึงษ์ หลวงพ่อทัดจึงไปรื้อเอามาปลูกไว้ที่วัดนี้ เป็นเรือนโบราณ เดิมทำเป็น กุฏิสงฆ์มี ๕ ห้อง ต่อมาย้ายมาปลูกใหม่ทำเป็นหอพระ เพดานสีเขียว คอสองมีภาพเขียนเป็นพวงอุบะห้อย ฝีมือวิจิตรงดงามมาก
วัดดาวดึงษ์ประกาศเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๑๒๔ ได้รับวิสุงคามสีมา พ.ศ. ๒๔๙๔
          การเดินทาง วัดดาวดึงษ์สมัยโบราณ การเดินทางใช้ทางน้ำ เพราะด้านใต้ของวัด คือคลองดาวดึงษ์ ปัจจุบันการเดินทางสะดวกมาก ทางรถยนต์ถนนดีจากตลาดแม่กลอง หรือจากราชบุรีใช้ถนนสายบางแพ - สมุทรสงคราม ถ้าเดินทางมาจากตลาดแม่กลอง วัดดาวดึงษ์อยู่ทางขวามือเลยวัดจุฬามณีไปเล็กน้อย ถ้ามาจากราชบุรีวัดดาวดึงษ์อยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงวัดจุฬามณี

------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พระปลัดดิเรก นราสโภ เจ้าอาวาสวัดดาวดึงษ์

 

 

 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image

image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
 
 
 
 

Website Policy | Privacy Policy | Security Policy | Disclaimer | ข้อกำหนดการใช้ Cookies รองรับการทำงานบน Internet Explorer v.11+, Microsoft Edge, Firefox v.47.0+, Chrome v.51+

จำนวนการเข้าชม : 788,404